ข่าวใหม่อัพเดท » แม่ทัพภาคที่ 4 – แถลงผลการตรวจค้นแหล่งพักพิง ผกร. เขาตะโล๊ะสโตร์

แม่ทัพภาคที่ 4 – แถลงผลการตรวจค้นแหล่งพักพิง ผกร. เขาตะโล๊ะสโตร์

17 ธันวาคม 2019
0

แม่ทัพภาคที่ 4 แถลงผลการตรวจค้นแหล่งพักพิง ผู้ก่อการร้าย เขาตะโล๊ะสโตร์ ผงะ พบ “คลังอาวุธ” ขนาดใหญ่ ยึดอาวุธ กระสุน และ ระเบิด จำนวนมาก พร้อมขยายผล ติดตามจับกุมมาดำเนินคดีให้ได้


วันนี้ 16 ธ.ค. 62 เวลา 9.00 ที่ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่านสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง ต.ปัตตานี พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 /ผอ.รมน.ภาค 4 แถลงผลการตรวจค้นแหล่งพักพิงกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ยีวเณเขาตะโล๊ะสโตร์ อ.กรงปินัง จ. ยะลา ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลติดตามจนพบแหล่งพักพิงและซุกซ่อนอาวุธ อุปกรณ์ที่เตรียมก่อเหตุนับ 1,000 รายการ

โดยมี พล.ต.ท. รณศิลป์ ภู่สาระ ผบ.กกล.ตร.จชต., นายเจษฎา จิตรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา, พลตรีอาคม พงศ์พรหม ผบ.ฉก.ยะลา, พล.ต.ต.ปราบพาล มีมงคล ผบ.กกล. ตร.ยะลา และ พ.อ.คมกฤช รัตนฉายา ผบ.กกล.ทพ.จชต. ร่วมแถลง


แม่ทัพภาค4 กล่าวว่า จากกรณีกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ได้สังหารหมู่ ชรบ.ลำพระยา 15 ราย และ บาดเจ็บสาหัส 5 ราย นั้น โดยวันที่ 21 พ.ย.62 เจ้าหน้าที่รับทราบข่าว คนร้ายจำนวน 2 ราย  เข้ามาหลบซ่อน ในบ้านแนวร่วมที่บ้าน คอลอตันหยง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี จนเกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ เป็นผลให้คนร้ายทั้ง 2 ราย เสียชีวิต ภายหลังได้เข้าตรวจสอบ จากหลักฐานที่ตรวจยึดได้ จากคนร้าย ประกอบกับการขยายผล จากการซักถาม ภาพข่าว และภาพเหตุการณ์ จนนำไปสู่ การสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย ตรวจค้น บริเวณพื้นที่ภูเขา บ้านตะโล๊ะสโตร์ ต.สะเอะ อ.กรงปินัง จ.ยะลา และเกิดะทะกันขึ้น เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.62 ภายหลังทราบเหตุ แม่ทัพภาคที่ 4 สั่งการหน่วยเฉพาะกิจยะลา จัดตั้งที่ทำการยุทธวิธี ร่วมระหว่าง กรมทหารพรานที่ 33 ,41 และ47 พร้อมกำลังชุดจู่โจมเคลื่อนที่ทางอากาศ จัดชุดปฏิบัติการจรยุทธ์รวม 13 ชุด สกัดกั้น ไม่ให้กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงหลบหนี

จากผลการปฏิบัติ สามารถตรวจยึดอาวุธ และสิ่งของ ที่ใช้ในการก่อเหตุรุนแรง ได้จำนวนหลายรายการ ที่สำคัญ คือ อาวุธปืนเล็กยาว M.16 A.2 จำนวน 1 กระบอก อาวุธปืนพก ขนาด 9 มม.จำนวน 1 กระบอก และระเบิดแสวงเครื่องแบบท่อ (ไปร์บอมบ์) จำนวน 2 ลูก ซองกระสุน ปืนเล็กยาว M.16 จำนวน 4 ซอง พร้อมเครื่องกระสุนปืน ขนาด 5.56 มม. และ 9 มม. อีกจำนวนหนึ่ง จึงได้ขยายผลตรวจค้น บริเวณจุดเกิดเหตุ และพื้นที่ใกล้เคียงโดยรอบ เนื่องจากคาดว่า บริเวณดังกล่าว น่าจะเป็นฐานปฏิบัติการของกลุ่มคนร้าย เพราะลักษณะภูมิประเทศโดยรอบ ตรงกับหลักนิยม ของผู้ก่อเหตุรุนแรง ที่มักใช้เป็นพื้นที่ ตั้งฐานปฏิบัติการเจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจสอบตามภูมิประเทศใกล้เคียง ที่คาดว่า จะมีการซุกซ่อนอาวุธ หรือสิ่งของที่ใช้ในการก่อเหตุรุนแรง จนสามารถค้นพบและตรวจยึด วัตถุพยาน ได้ 1,288 รายการ จากจุดที่ฝังและซุกซ่อน จำนวน 42 จุด โดยมีรายละเอียดที่สำคัญ ดังนี้

  1. อาวุธปืน 
    1.1 ปืนเล็กยาว M. 16 A. 2 จำนวน 1 กระบอก 
    1.2 ปืนพกขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก 
    1.3 ปืนพก ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก
    1.4 ชิ้นส่วน ปืนเล็กยาว จำนวนหลายรายการ
  2. เครื่องกระสุน 
    2.1 กระสุนปืน ขนาด 5.56 มม. ไม่ต่ำกว่า 50 นัด 
    2.2 กระสุนปืน ขนาด .38 Super จำนวน 36 นัด 
    2.3 ปลอกกระสุนปืน ขนาด 5.56 มม. ไม่ต่ำกว่า 30 นัด
    2.4 ซองกระสุน ปืนเล็กยาว. M. 16 จำนวน 7 ซอง
  3. วัตถุระเบิดแรงสูง (PETN) จำนวน 4 ถุง น้ำหนักไม่ต่ำกว่า 4 กิโลกรัม
  4. ปุ๋ยแอมโมเนียไนเตรท สำหรับใช้ทำดินระเบิด น้ำหนักไม่ต่ำกว่า 6 กิโลกรัม
  5. เหล็กเส้นตัด สำหรับทำเป็นสะเกิดระเบิด น้ำหนักรวมประมาณ 70 กิโลกรัม
  6. ระเบิดแสวงเครื่องแบบท่อ (ไปป์บอมบ์) พร้อมใช้งาน จำนวน 9 ลูก
  7. ระเบิดแสวงเครื่องแบบขว้าง ประกอบพร้อมใช้งาน จำนวนหนึ่ง
  8. แผง วงจรอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมประกอบเป็นวัตถุระเบิด จำนวนมาก
  9. วิทยุสื่อสารและระบบวงจรทางสาย สำหรับจุดระเบิด หลายรายการ 
    นอกจากนี้ยังพบ เครื่องแต่งกายเลียนแบบเจ้าหน้าที่ทหาร ยา รวมทั้งเวชภัณฑ์ และอื่นๆ อีกหลายรายการ

จากหลักฐาน ที่ตรวจค้นเจอเชื่อได้ว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งพักพิงและแหล่งซุกซ่อนสิ่งของสำหรับส่งกำลัง ของกลุ่มคนร้าย ที่ใช้เตรียมก่อเหตุในพื้นที่ โดยของกลาง ที่ตรวจยึดได้ทั้งหมด จะเร่งรัดดำเนินการ ตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยมอบหมายให้ กองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นหน่วยรับผิดชอบ เพื่อขยายผลไปยัง กลุ่มกลุ่มคนร้ายที่ยังหลบหนี มาดำเนินคดีทางกฎหมาย โดยเร็วที่สุดต่อไป สำหรับผู้ที่ให้การสนับสนุน กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ทั้งการให้ที่พักพิง เป็นฝ่ายโลจิสติกส์ และการสนับสนุนการก่อเหตุ ถือว่ามีความผิดในอัตราโทษเช่นเดียวกับ ผู้ก่อเหตุรุนแรง จึงขอฝากย้ำเตือนไปยังผู้ให้การสนับสนุน ยุติพฤติกรรมดังกล่าว เพราะมีความผิดตามกฎหมาย

ขอบคุณข้อมูล : khaochad

error: Content is protected !!